ลดน้ำหนักด้วยการปั่นจักรยาน


หลาย ท่านที่ปั่นจักรยานกันจนติดเป็นนิสัย อาจเริ่มปั่นจากการต้องการลดน้ำหนัก แต่พอลดได้แล้วก็ไม่อยากหยุดปั่นเพราะนอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังสนุกเพลิดเพลินจนลืมวันเวลาไปเลย แต่หารู้ไม่การปั่นลดน้ำหนักนั้น ก็มีเทคนิคเคล็ดลับ ที่ไม่ใช่เน้นการปั่นเยอะ ปั่นนาน  แต่เน้นการปั่นแบบมีขั้นตอนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรา

เวลาปั่นจักรยานอาจเจอปัญหา ปั่นมาตั้งนานแล้ว ยังมีหน้าท้อง หรือน้ำหนักยังไม่ค่อยลดเสียที ถ้าแบบนั้นเราอาจต้องสำรวจมื้ออาหารแต่ละมื้อด้วย แคลลอรี่ที่ทานเข้าไป ต้องน้อยกว่าแคลลอรี่ที่เผาผลาญได้ ไขมันหน้าท้องอาจจะลดยากกว่าที่อื่นเพราะ ร่างกายจะนำออกหลังสุด

ช่วงเวลาในการปั่นก็สำคัญ : หากปั่นตอนเช้า ก่อนมื้ออาหาร ร่างกายจะกระตุ้นให้นำไขมันมาเผาผลาญ  เนื่องจากยังไม่ด้านอาหารมื้อเช้า ดังนั้นเวลาปั่นอาจไม่ต้องนานมาก ประมาณ 30 นาทีก็ได้ และค่อยรับประทานมื้อเช้าหลังจากปั่นเสร็จแล้ว

พยายามอย่าทานอาหารที่มีน้ำตาล : เพราะเป็นศัตรูตัวฉกาจของการลดน้ำหนัก และการเพิ่มระยะทางปั่นทีละนิดก็ช่วยได้ เพราะหากปั่นระยะทางเดิมๆ จำเจ ร่างกายจะเริ่มชิน ถ้าหากเราค่อยๆ เพิ่ม ก็จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น

การลดน้ำหนักนั้นต้องอย่าอดอาหาร : หากคุณปั่นจักรยานแต่เลือกอดอาหาร ร่างกายจะทำงานได้ไม่เต็มที่  บางท่านเมื่อปั่นไปแล้วอาจจะซื้อเครื่องดื่มมาดื่ม ขอแนะนำเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จะดีกว่า เพราะร่างกายเราจะสูญเสียเหงื่อไปกับการปั่น

หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับคำว่า คาร์ดิโอ (Cardio) เน้นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง เช่นปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ความเร็วคงที่ ถึงจะช่วยลดน้ำหนักได้แต่ก็ยังไม่ใช่เทคนิคที่จะช่วยลดให้ได้จริงๆ วันนี้จึงมาแนะนำให้รู้จักกับการปั่นแบบอินเทอร์วอล (Interval)

การปั่นแบบนี้จะปั่นแบบหนักสลับเบา ซึ่งจะทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีกว่า และพอหยุดออกกำลังกาย ร่างกายก็ยังเผาผลาญต่อ  เช่น ปั่นด้วยความไวมาก 2 นาที สลับกับปั่นช้าลง 2 นาที และค่อยๆ ลดเวลาสลับกัน เช่น จาก 2 เหลือ 1 โดยปั่นแบบเร็วสลับกับช้าๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ (ก่อนลงมือปั่นสมควรยืดเส้นยืดสาย วอร์มอัพก่อน) วงจรอินเทอร์วอลไม่สมควรทำเกิน 15 นาที และอย่าทำติดกันทุกวันเพราะต้องมีวันให้ร่างกายพักด้วย ไม่ควรเกิน 3 วันต่ออาทิตย์

อัตราการเต้นของหัวใจก็มีผล การเผาผลาญไขมันควรมีอันตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจะดูว่าเปอร์เซ็นต์วัดยังไง ก็นำอายุ ลบกับ 220 เช่น หากอายุ 40 ก็จะเป็น 220-40 เหลือ 180 ช่วง60-70เปอร์เซ็นต์ก็จะอยู่ที่ 108-126 ช่วงนี้จะดึงไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายด้วย

น้ำหนักบนตาชั่งเป็นเพียงแค่ตัวเลข หากน้ำหนักเยอะกว่า ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดีกว่าหรือหุ่นดีกว่า เนื่องจากเมื่อร่างกายออกกำลัง จะเกิดกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อจะมีน้ำหนักเยอะกว่าไขมัน ดังนั้นอาจเห็นคนที่กล้ามเนื้อเยอะ รูปร่างสมส่วน น้ำหนักเยอะกว่าคนไม่มีกล้ามเนื้อ ในรูปร่างเท่าๆ กันได้